โดย ประเสริฐ บินตะคุ
นักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา)
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ
บทนำ
สำหรับพวกเราชาวหมออนามัยหลายคน ภาพจำของอาคารไม้สองชั้นที่ด้านหน้ามีป้ายเขียนว่า “สถานีอนามัย” คงเป็นภาพที่คุ้นเคยและผูกพัน มันไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน แต่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองที่คอยดูแลทุกข์สุขของคนในชุมชน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ป้ายชื่อหน้าอาคารของเราถูกเปลี่ยนไปหลายครั้งจาก “สถานีอนามัย” เป็น “ศูนย์สุขภาพชุมชน” และล่าสุดคือ “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)” การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อ แต่คือภาพสะท้อนการเดินทางอันยาวนานของระบบสุขภาพปฐมภูมิไทย บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอยเส้นทางการพัฒนาดังกล่าว เพื่อเข้าใจรากเหง้าของเรา เรียนรู้ปัจจุบัน และเตรียมพร้อมก้าวสู่อนาคตที่ท้าทายข้างหน้า

1. ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่าน จาก ‘สุขศาลา’ สู่ ‘รพ.สต.’
การเดินทางของสถานีอนามัยสามารถแบ่งออกเป็นยุคสมัยต่างๆ ตามบริบทของปัญหาสุขภาพและนโยบายของประเทศที่เปลี่ยนไป
- ยุคบุกเบิก – สุขศาลา (ก่อน พ.ศ. 2500) จุดเริ่มต้นของเราย้อนกลับไปได้ถึง “โอสถศาลา” และ “สุขศาลา” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อรับมือกับโรคติดต่อร้ายแรงในอดีต เช่น อหิวาตกโรค และไข้ทรพิษ บทบาทหลักในยุคนี้คือการ “รักษาและควบคุมโรค” เป็นสำคัญ (1)
- ยุคทองของสถานีอนามัย (พ.ศ. 2517 – 2540) หลังการประกาศใช้แผนสาธารณสุขแห่งชาติฉบับที่ 4 “สถานีอนามัย” ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ นี่คือยุคที่บทบาทของ “ผดุงครรภ์อนามัย” และ “พนักงานอนามัย” โดดเด่นขึ้นมา ที่มุ่งเน้นงานสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก โดยเฉพาะงานอนามัยแม่และเด็ก (MCH) การวางแผนครอบครัว และการให้วัคซีนป้องกันโรค (EPI) ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของระบบสาธารณสุขไทยมาจนถึงทุกวันนี้ (2)
- ยุคปฏิรูประบบสุขภาพและการวางรากฐานทางกฎหมาย (พ.ศ. 2545 – ปัจจุบัน) การเกิดขึ้นของ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ สถานีอนามัยถูกยกระดับเป็น “ศูนย์สุขภาพชุมชน (ศสช.)” และต่อมาคือ “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)” ในปี พ.ศ. 2552 (3) การเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับภารกิจที่ซับซ้อนขึ้น ที่ไม่ได้ดูแลแค่แม่และเด็ก แต่ต้องรับผิดชอบการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (LTC) และการเป็นหน่วยบริการหลักในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และเพื่อเป็นการวางรากฐานให้ระบบปฐมภูมิมีความมั่นคงและมีทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ก้าวสำคัญต่อมาคือการประกาศใช้ พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 (4) ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ให้คำนิยามและกำหนดกลไกของ “ระบบสุขภาพปฐมภูมิ” ไว้อย่างเป็นทางการ กฎหมายฉบับนี้ได้เน้นย้ำถึงแนวคิด “ทีมหมอครอบครัว” (Family Doctor Team) ที่มีหมออนามัยเป็นแกนหลักในการทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ต่อเนื่อง และผสมผสานแก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ นี่คือการรับรองบทบาทและความสำคัญของเราในทางกฎหมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยกระดับบทบาทของเราจากการเป็น “ผู้ให้บริการเชิงรุก” สู่การเป็น “ผู้จัดการสุขภาพของประชาชนในพื้นที่” อย่างเต็มภาคภูมิ
2. อนาคตข้างหน้า ความท้าทายที่รอเราอยู่
วันนี้ รพ.สต. กำลังยืนอยู่บนทางแยกของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง อนาคตของพวกเราจะถูกกำหนดด้วย 3 ปัจจัยหลักที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
- การถ่ายโอนสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นี่คือความท้าทายที่ใกล้ตัวที่สุด
การเปลี่ยนสถานะจากข้าราชการส่วนภูมิภาคไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จะเปลี่ยนทั้งโครงสร้างการบริหาร งบประมาณ และสายการบังคับบัญชา ซึ่งเป็นทั้งโอกาสในการพัฒนาที่ตอบสนองต่อท้องถิ่นได้ดีขึ้น และความเสี่ยงหากขาดความพร้อมในการบริหารจัดการ (5) - การปฏิรูปสู่ระบบสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Transformation) อนาคตของการบริการปฐมภูมิจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ทั้งการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การใช้ฐานข้อมูลสุขภาพ (Health Big Data) เพื่อวางแผน และการใช้แอปพลิเคชันเพื่อส่งเสริมสุขภาพ สิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของเราไปอย่างสิ้นเชิง
- สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ภาระงานด้านการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) จะกลายเป็นภารกิจหลักของ รพ.สต. ซึ่งต้องการองค์ความรู้และทักษะที่แตกต่างไปจากเดิม

3. ข้อเสนอแนะ หมออนามัยต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ท่ามกลางคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้พวกเรายังคงยืนหยัดเป็นเสาหลักของชุมชนได้อย่างสง่างาม จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมใน 4 มิติสำคัญ
- ยกระดับทักษะ (Upskill & Reskill) ความรู้ด้านสาธารณสุขพื้นฐานอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เราต้องเร่งพัฒนาทักษะใหม่ที่จำเป็นสำหรับอนาคต ได้แก่ ทักษะด้านดิจิทัล (การใช้โปรแกรมบริหารจัดการข้อมูล การให้คำปรึกษาออนไลน์) ทักษะด้านการบริหารจัดการ (การเขียนโครงการเพื่อของบประมาณจาก อปท. การบริหารทีมสหวิชาชีพ) และทักษะเฉพาะทางด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะท้าย
- ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Mindset Shift) เราต้องเปลี่ยนมุมมองจากการเป็น “ผู้ปฏิบัติงานตามคำสั่ง” จากส่วนกลาง มาสู่การเป็น “เจ้าของระบบสุขภาพในพื้นที่” ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและออกแบบบริการที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนตนเอง และทำงานในฐานะ “หุ้นส่วน” กับ อปท.
- สร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพ การมี พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556 และสภาการสาธารณสุขชุมชนเป็นเกราะป้องกันและเครื่องมือสำคัญในการต่อรองเชิงนโยบาย (6)
เราทุกคนต้องร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรวิชาชีพของเรา เพื่อให้มีเสียงที่ดังพอในการกำหนดทิศทางอนาคตของตนเอง - ยึดมั่นใน ‘หัวใจ’ ของหมออนามัย ไม่ว่าชื่อบนป้ายจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือต้องทำงานภายใต้สังกัดใด แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ ‘หัวใจ’ ของความเป็นหมออนามัยที่ผูกพันและเข้าถึงชุมชน เราต้องรักษา
อัตลักษณ์นี้ไว้ เพราะนี่คือจุดแข็งที่ไม่มีวิชาชีพใดมาทดแทนได้
บทสรุป
การเดินทางอันยาวนานจาก “สุขศาลา” สู่ “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล” ที่มีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจนในวันนี้ คือประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของบรรพบุรุษหมออนามัยของเรา เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ถูกบุกเบิกขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ และพี่ๆ ของเรา ที่ยอมอุทิศตนทำงานในถิ่นทุรกันดารด้วยความเชื่อมั่นว่าคนไทยทุกคนต้องมีสุขภาพที่ดีอย่างทั่วถึง ความเจริญก้าวหน้าของระบบปฐมภูมิที่เราเห็นในทุกวันนี้ ล้วนตั้งอยู่บนรากฐานที่คนรุ่นก่อนได้
สร้างไว้ให้
สำหรับพวกเรา ‘หมออนามัยรุ่นใหม่’ นี่คือมรดกอันล้ำค่าที่เราต้องรับช่วงต่อ ภารกิจของเราจึงไม่ใช่แค่การทำงานไปวันๆ แต่คือการ “สืบสานปณิธาน” และร่วมกันพัฒนาต่อยอดสิ่งที่คนรุ่นก่อนได้ริเริ่มไว้ ให้สมกับเจตนารมณ์และความเสียสละของท่านเหล่านั้น แม้วันนี้เราจะกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่
ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโอนสู่ท้องถิ่นหรือความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่หากเรายึดมั่นในอุดมการณ์เดิม และเตรียมพร้อมทั้งด้านทักษะและทัศนคติ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่านามบนป้ายจะเปลี่ยนไปอีกกี่ครั้ง แต่ ‘หัวใจ’ ของการเป็น “หมอของชุมชน” จะยังคงอยู่ในตัวเราและถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง…เสมอ
เอกสารอ้างอิง
- หอจดหมายเหตุสาธารณสุขแห่งชาติ กรมอนามัย. จากสุขศาลา สู่สถานีอนามัย [อินเทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเมื่อ 2 ต.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://www.anamai.moph.go.th/web-upload/8x33f48a19293605d6915e71415d86237/tinymce/National%20Archives/2.pdf
- วิพุทธ พูลเจริญ. 3 ทศวรรษการสาธารณสุขมูลฐานไทย: จากสถานีอนามัยสู่นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2552;3(2):295-304.
- สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข. นโยบายการพัฒนายกระดับสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2552.
- ราชกิจจานุเบกษา. พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562. เล่ม 136 ตอนที่ 56 ก. 30 เมษายน 2562. หน้า 133-149.
- วิรุฬ ลิ้มสวาท. ความท้าทายและข้อเสนอแนะต่อการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.). วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2565;15(1):1-10.
- ราชกิจจานุเบกษา. พระราชบัญญัติวิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน พ.ศ. 2556. เล่ม 130 ตอนที่ 29 ก. 26 มีนาคม 2556. หน้า 1-17.
