การมาของ Virtual Bank อาจทำให้คนไทยกำลังจะได้เห็นธนาคารในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แถมเผลอ ๆ คนอาจจะไม่ได้เดินเข้าธนาคารแบบเดิมอีกต่อไป แล้วธนาคารแบบที่ว่านี้มีหน้าตาเป็นยังไง จะส่งผลกระทบต่อคนไทยในแง่มุมไหนบ้าง เดี๋ยวสรุปให้ฟัง
Virtual Bank คืออะไร
Virtual Bank หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา คือ ธนาคารพาณิชย์รูปแบบใหม่ที่ดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางดิจิทัลเต็มรูปแบบ พูดง่าย ๆ คือไม่มีสาขา, เครื่องถอนเงินสดอัตโนมัติ (ATM) และเครื่องฝากเงินสดอัตโนมัติ (CDM) เป็นของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังคงให้บริการทางการเงินได้อย่างครบวงจรไม่ต่างจากธนาคารทั่วไป
โดยเป้าหมายสำคัญของ ธปท. ในการริเริ่มนโยบายจัดตั้ง Virtual Bank คือ การดึงบริษัทที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี, บริการดิจิทัล และข้อมูลที่หลากหลาย มานำเสนอบริการทางการเงินในช่องทางดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ ข้อดีคือ จะช่วยลดต้นทุนพนักงาน อาคารและสถานที่ รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างครบวงจรนั่นเอง
เปิดตัว 3 กลุ่มทุนใหญ่ ผู้บุกเบิก Virtual Bank ในไทย
เมื่อไม่กี่วันก่อน กระทรวงการคลัง และ ธปท. ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับเห็นชอบเหมาะสมในการจัดตั้ง Virtual Bank หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา โดยประกอบไปด้วย 3 กลุ่มทุนหลัก คือ
- รายที่ 1 : [ บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด]
- รายที่ 2 : ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
- รายที่ 3 : บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน), WeTechnology Limited และ KakaoBank Corp.
.
funfacts บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด คือ บริษัทในกลุ่ม แอสเซนด์ มันนี่ (Ascend Money) ซึ่งเป็นเจ้าของบริการ E-wallet ที่หลายคนรู้จักอย่าง TrueMoney นั่นเอง
โดยผู้ได้รับการพิจารณาทั้ง 3 ราย จะต้องจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด รวมถึงผ่านการประเมินความพร้อมจาก ธปท. ก่อนยื่นใบขออนุญาตประกอบธุรกิจ Virtual Bank และจะต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ
- Case Studies ในต่างประเทศ
.
แม้ Virtual Bank จะดูเหมือนเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย แต่จริง ๆ แล้ว ในหลายประเทศทั่วโลกต่างก็มี Virtual Bank ให้บริการมาสักพักใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น..
- เกาหลีใต้
เริ่มออกใบอนุญาติให้ผู้ประกอบการธนาคารดิจิทัล ตั้งแต่ปี 2015 เพื่อส่งเสริมการแข่งขันและยกระดับนวัตกรรมทางการเงินในประเทศ ปัจจุบัน มี KakaoBank เป็นผู้เล่นหลักและใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้
หนึ่งในผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่นของ KakaoBank คือ “บัญชีออมเงิน 26 สัปดาห์” ที่ผู้ใช้บริการสามารถตั้งจำนวนเงินออม และปรับช่วงเวลาการออมในแต่ละสัปดาห์เองได้ ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างวินัยการออมให้คนในประเทศได้อย่างดี
. - จีน
เป้าหมายหลักของการจัดตั้ง Virtual Bank ในจีน คือการช่วยเหลือภาคธุรกิจและชาวจีนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่คือบรรดาธุรกิจ E-commerce โดยจะเน้นให้บริการด้านสินเชื่อ SMEs และประชาชนทั่วไปที่ไม่ผ่านอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิม นับว่าเป็นการเปิดโอกาสทางการเงินให้คนในประเทศได้อย่างเท่าเทียม
. - สหราชอาณาจักร
อนุญาติให้มีการจัดตั้ง Virtual Bank เพื่อเพิ่มการแข่งขันในอุตสาหกรรมธนาคารอย่างเต็มที่ หนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่น คือ Monzo ธนาคารไร้สาขาที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ โดยมีบริการทางการเงินที่ครบวงจร
สิ่งที่น่าสนใจคือ Monzo ใช้พนักงานแค่ 1,000 กว่าคนเท่านั้น เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีบริการเหมือน ๆ กัน อาจต้องใช้พนักงานเป็นหลักหมื่นคนทีเดียว สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการลดต้นทุนในการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน
.
- คนไทยจะได้อะไรจากการมาของ Virtual Bank ?
.
แน่นอนว่าการมาของ Virtual Bank อาจถึงขั้นพลิกโฉมพฤติกรรมทางการเงินของคนไทยจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ เพราะทุกอย่างจะถูกทำให้ “ง่ายขึ้น”, “สะดวกขึ้น” และ “เข้าถึงได้ง่ายขึ้น” ผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะนำมาซึ่งประโยชน์หลากหลายด้านแก่คนทั่วไปอย่างเรา เช่น
- เข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น
เราอาจจะเคยได้ยินมาว่ากลุ่มคนที่ทำงานอิสระ รายได้ไม่แน่นอน มักจะขอสินเชื่อไม่ผ่าน เนื่องจากมีความเสี่ยงในเรื่องความสามารถในการชำระหนี้บ้าง หรือขาดเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนบ้างแต่ต่อไปคนเหล่านี้จะเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายกว่าเดิม เนื่องจาก Virtual Bank มี Data หรือ “ข้อมูลทางเลือก” ที่มากพอเพื่อใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราสแกนจ่ายค่าอาหารในชีวิตประจำวันอยู่ตลอด หรือชำระบิลค่าน้ำค่าไฟตรงเวลาเสมอ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ว่าเรามีวินัยทางการเงินที่ดี ทำให้ Virtual Bank ตัดสินใจปล่อยสินเชื่อให้เราง่ายขึ้น เพราะรู้ว่าเรามีแนวโน้มที่จะชำระเงินคืนแน่นอน
. - สร้างแรงจูงใจทางการเงิน
เมื่อการแข่งขันในสนาม Virtual Bank สูงขึ้น บริษัทผู้ให้บริการต่าง ๆ จึงต้องงัดไม้เด็ดมาสู้กัน นั่นทำให้ประชาชนอย่างเราอาจได้เห็นข้อเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่น่าสนใจกว่าเดิม เช่น “อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้น” สาเหตุที่ Virtual Bank อาจเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากธนาคารเหล่านี้แทบไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหารสาขา ค่าเช่าพื้นที่ หรือค่าจ้างพนักงานจำนวนมากเหมือนธนาคารแบบดั้งเดิม ทำให้สามารถนำต้นทุนที่ประหยัดไปได้ มาเสนอเป็นผลตอบแทนที่สูงขึ้นให้กับลูกค้าได้ และอาจเป็นแรงจูงใจให้คนไทยหันมาเก็บออมมากขึ้นได้ด้วย
. - ยกระดับทักษะแรงงาน
.
นอกจากเรื่องความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และแรงจูงใจทางการเงินแล้ว การมาของ Virtual Bank ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับทักษะและศักยภาพของคนไทย ผ่านความต้องการ “บุคลากรในสายงานใหม่ ๆ” ที่เป็นที่ต้องการในตลาด เช่น Data Scientists หรือ Software Developers เป็นต้น ซึ่งกระตุ้นให้คนทำงานด้านการเงินและสาขาอื่น ๆ ต้องปรับตัว และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อยู่ตลอด ถึงตรงนี้แล้ว ฟังดูเหมือนว่า Virtual Bank จะมีแต่ด้านดี แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับ “ข้อจำกัด” และ “ความท้าทาย” ที่คนไทยต้องรู้และเตรียมพร้อมรับมือเช่นกัน โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่ง กลุ่มผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี ที่อาจจะต้องปรับตัว และเรียนรู้การใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เข้าถึงบริการได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ “ความปลอดภัยทางไซเบอร์” เมื่อธุรกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูล การฉ้อโกง หรือการหลอกลวงก็อาจเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย หากระบบรักษาความปลอดภัยไม่แข็งแกร่งพอ ดังนั้น ผู้ใช้บริการจึงจำเป็นต้องระมัดระวัง และศึกษาข้อมูลให้ดี เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
สรุปแล้ว Virtual Bank หรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโฉมวงการการเงินไทยให้ดีขึ้น และทันสมัยขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่การจะก้าวไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างราบรื่นนั้น คนไทยก็ต้องตื่นตัว เรียนรู้ และปรับตัวไปกับเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก Virtual Bank ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยที่สุด
*ข้อมูลและผลกระทบที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการคาดการณ์จากแนวโน้มปัจจุบันเท่านั้น อนาคตอาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต้องศึกษา และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
อ้างอิง : ธนาคารแห่งประเทศไทย, InnovestX
